ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

4 ม.ค. 2562 11:56 น.

จำนวนการเข้าชม 1,545 ครั้ง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชน และทรงติดตามสถานการณ์ พายุ ปาบึก อย่างใกล้ชิด ขณะที่ทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ชนิดเต็มรูปแบบ ด้านประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ก็อพยพออกมาแล้ว
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ รวมไปถึงเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์   โดยบอกในที่ประชุมด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชน และทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลเน้น คือ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งด้านสาธารณสุข การคมนาคม ขนส่ง และการสื่อสาร เพื่อคลายความกังวล ลดความตื่นตระหนก ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมกำลังพล 3 เหล่าทัพ พร้อมเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน

และเมื่อวานนี้ในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพทะเลอ่าวไทย ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆดำทะมึนเป็นวงกว้าง หลังจากที่กรมอุตุฯ ได้ออกมาประกาศว่า เตือนเรื่อง พายุปาบึก จะเคลื่อนลงอ่าวไทย และขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช

ขณะเดียวกัน ยังมีการเผยแพร่ภาพคลื่นจำนวนมาก เคลื่อนตัวกระทบเข้าฝั่งตามแรงลม ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งแต่ละลูก มีความสูงหลายเมตร  

นอกจากนี้ ในโลกโซเชียล มีการเผยแพร่คลิป เกิดฝนตกหนักมาก ที่แท่นเจาะน้ำมันเอราวัณ จ.สงขลา  ซึ่งถ้าดูภายในคลิป เป็นฝนตกหนัก และคลื่นลมรุนแรง   เป็นผลทำให้ ปตท. ต้องเคลื่อย้ายพนักงานเกือบทั้งหมด ออกจากที่แท่นขุดเจาะ เพื่อความปลอดภัย

ด้านนายวัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยา ทางทะเล ได้เผยแพร่คลิปวิเคราะห์ลักษณะอากาศ และคลื่นลม ของวานนี้ (3 ม.ค.) ยืนยันว่า ตำแหน่งของพายุ มีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่พายุมีการเคลื่อนที่ไปทางเกาะสมุย ผ่านสุราษฎร์ธานี  แต่ล่าสุดพบว่า พายุได้เคลื่อนเข้า จ.นครศรีธรรมราช และขึ้นฝั่ง ที่ อ.หัวไทร  กับ อ.ปากพนัง 

โดยในวันนี้ (4 ม.ค.) ที่ อ.หัวไทร จะมีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ปริมาณ  37 มิลลิเมตร ไปจนถึง 150 มิลลิเมตร  ความเร็วลม 56 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง  แรงลมจะพัดต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง  ส่วนที่ อ.ปากพนัง ฝนก็จะเริ่มตกตั้งแต่ช่วงเช้ามืด 30 มิลเมตร จนถึง 86.9 มิลเมตรในช่วงบ่าย และมีลมพัดแรง  รวมถึงอาจเกิดสตอมเสริชสูง ส่วนสาเหตุที่ทำให้พายุเปลี่ยนทิศทาง เนื่องจากมีมวลอกาศเย็นลงมาปะทะ

ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วมสากล หรือ JTWC  ระบุว่า พายุโซร้อน ปาบึก จะมีกำลังเร็วลมก่อนขึ้นฝั่งในช่วงค่ำวันนี้ (4ม.ค.) ที่บริเวณแหลมตะลุมพุก  ความเร็วลมหมุนรอบตัวอยู่ที่ 50 นอต หรือประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจจะมีลมกระโชกแรงขึ้นมาเป็นระยะ   จากนั้นจะเคลื่อนตัวไปฝั่งอันดามัน ในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.)  แต่ยังคงทำให้มีลม และฝนตกหนัก พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ในช่วงวันนี้ไปถึงวันที่ 6 มกราคม นี้ 

ในขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่า เหตุการณ์พายุ ปาบึก อาจจะมีความรุนแรงซ้ำรอยเหตุการณ์ที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการไปยังประชาชนในทุกพื้นที่  พร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง  โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้พิการ เด็ก และคนชรา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานีแล้ว แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า 2 พื้นที่นี้ จะเป็นจุดที่พายุมีความรุนแรงที่สุด  เนื่องจากมีการประเมินจากหลายภาคส่วนที่แตกต่างกันไป แต่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน  จึงอพยพประชาชน กว่า 3 หมื่นคน ออกจากพื้นที่ 

โดยชาวบ้านที่บ้านแหลมตะลุมพุก ทั้งตำบล บ้านไปอยู่ที่โรงยิม เทศบาลเมืองปากพนัง   ส่วนอีก 5ตำบล จะทยอยอพยพ พร้อมจัดเตรียมอาหารไว้ให้กับประชาชนในเบื้องต้น  นอกจากนี้เจ้าหน้า ได้ลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะบางคนยังไม่ยอมอพยพ ด้วยเป็นห่วงบ้าน ทรัพย์สิน และบางคนมองว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง  ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งกำชับต้องอพยพทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ไม่ประมาท

ขณะที่ชาวบ้านที่อพยพจากตำบลแหลมตะลุมพุก ยืนยัน ตรงกันว่า จากการสังเกตระดับน้ำทะเล เมื่อเช้าของวานนี้ ระดับน้ำนั้นถอยร่นลงไปมาก   ผู้คนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์พายุใต้ฝุ่นแฮเรียต เมื่อปี 2505 ยืนยันว่าสถานการณ์ใกล้เคียงกันมาก จึงพากันอพยพมาทั้งหมู่บ้าน  เหลือไว้แต่ คนหนุ่ม คอยจัดการกับทรัพย์สิน ก่อนอพยพมาสมทบ 

เช่นเดียวกับที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดริมทะเล ทั้ง 5 ตำบล เริ่มทยอยอพยพ เพราะคาดการณ์ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง อาจจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก เพราะเป็นพื้นที่รอยต่อกับ จ.นครศรีธรรมราช 

แต่ละคนหอบหมอน หอบเสื่อ พากันไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ ทั้งที่ อบต.ท่าบอน  โรงเรียนท่าบอน  และที่วัดศาลาหลวงล่าง  แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่อพยพ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ยังคงอยู่เฝ้าบ้าน เพื่อรอดูสถานการณ์ 

ขณะที่โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดชายทะเลของ จ.สงขลา ทั้ง อ.เมือง สิงหนคร  สทิงพระ  และ ระโนด  ส่วนใหญ่ในวันนี้ (4ม.ค.) ประกาศหยุดเรียน1 วัน  ไปเปิดเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ด้าน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชยพล ธิติศักดิ์ เปิดเผยว่า  ได้ให้ทางจังหวัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง เพื่อประเมินสถานการณ์ ในจังหวัดของตนเอง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ว่าจะเกิดเหตุพายุขึ้นบริเวณใด และมีความรุนแรงมากหน่อยเพียงใด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ได้รับทราบ

ขณะนี้มีความพร้อมในทุกพื้นที่แล้ว  และ จากการประเมินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่า ความรุนแรงของพายุจะอยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ทะเลมีคลื่นสูงถึง 5 เมตร   จึงสั่งการให้เรือทุกชนิด งดออกจากชายฝั่ง

ส่วนที่  อ.เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี  บริเวณตาดสด ลิปะน้อย ต.อ่างทอง มีประชาชนออกจับจ่ายซื้ออาหารสดทั้ง เนื้อสุกร เนื้อไก่ ผักสด และสินค้าประเภทของแห้งชนิดต่างๆ เพื่อนำเก็บไว้ประกอบอาหาร หลังจากทราบว่า พายุ ปาบึก จะเข้าเกาะสมุย 

ขณะที่ ท่าเรือขนส่งสินค้า เอ็นพี มารีน ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี  ผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่โดยสารข้ามฟาก ดอนสัก-เกาะสมุย ได้ประกาศหยุดเดินเรือตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (3ม.ค.) พร้อมนำเรือเข้ามาจอดหลบคลื่นลมพายุภายในคลองดอนสัก เพื่อป้องกันความเสียหาย   รวมถึงทางอำเภอเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี  ได้ปักธงแดงที่บริเวณชายหาดทั้งหมดของเกาะ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำ 

ปิดท้ายกันที่ ความเห็นของ นายบรรจง นะแส ประธานที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประสบการณ์ที่เคยเจอพายุรุนแรงมาก่อน  บอกว่า พายุพัดรุนแรง อาจทำต้นไม้โค่นล้มปิดถนน ไม่สามารถเดินทางออกไปข้างนอกได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรเตรียมไว้ คือ เลื่อย  ไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน สิ่งที่ต้องเตรียม คือ ไฟฉาย และเทียนไข  การสื่อสารล่ม หากใครมีวิทยุ มือถือ ต้องชาร์ตแบตเตอรี่ไว้ให้เต็ม  เตาแก๊ส ต้องมีความพร้อม  เด็กอ่อน ต้องมีกระติกน้ำร้อน และนมผง สำรอง

แต่ละหมู่บ้าน ควรจัดตั้งหน่วยเล็ก ๆ โดยให้หนุ่มฉกรรจ์มารวมกันไว้ คอยเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และวางแผนรับมือล่วงหน้ากับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งแต่ละชุมชนแตกต่างกัน  มัทั้ง ชายทะเล  เชิงเขา  ที่ราบ ไม่มีใครรู้พื้นที่ดีเท่าคนในชุมชนเอง  อุปกรณ์พร้อม กำลังคนพร้อม หนักแค่ไหนก็จะสามารถฝ่าไปได้

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.