ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

16 ม.ค. 2562 11:45 น.

จำนวนการเข้าชม 741 ครั้ง

เขยโหด ฆ่ายกครัวฝั่งภรรยา 5 ศพ ที่ จ.อุตรดิตถ์ แล้วหลบหนีไปยังพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวานนี้ ตำรวจตามรวบตัวได้แล้ว ที่ จ.ระนอง ไปดูภาพวินาทีตอนบุกจับกันก่อน
ภาพนี้เป็นวินาทีที่ ตำรวจและทหาร หลายหน่วยงาน ร่วมกันจับตัว นายธีรพล ปิ่นอมร หรือ ปุ๊ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่น และพยายามฆ่า  ได้ที่กระท่อมกลางสวนปาล์มแห่งหนึ่ง ในตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง 

นายธีรพล พยายามตะโกนว่า ผมให้จับ ผมให้จับ ไม่ต้องใช้ปืนนะ  เจ้าหน้าที่ เลยตะโกนถามว่า ทำไมถึงไม่สู้  นายธีรพล ตอบกลับว่า สู้ก็ตายสิ

ตำรวจยังไปพบพร้อมของกลางปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก  หลังก่อเหตุยิงภรรยาตัวเอง รวมทั้งครอบครัวของภรรยา เสียชีวิตรวม 5 ศพ และบาดเจ็บอีก 2 คน ที่ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

นายธีรพล รับสารภาพว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีมาที่กรุงเทพฯ ก่อนจะหนีกลับบ้านเกิด ที่จังหวัดระนอง โดยรถเก๋งโตโยต้า วีออส  มีเพื่อนเป็นคนขับรถให้  ส่วนเขานั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ   เมื่อมาถึงรอยต่อจังหวัดชุมพร กับ ระนอง เวลาประมาณเที่ยงคืน  ก็ได้ลงรถ ก่อนถึงด่านตรวจทหาร แล้วว่าจ้างรถที่รู้จักกัน ให้พาขับผ่านด่านตรวจทหาร ไปส่งที่กระท่อมกลางสวนปาล์มจังหวัดระนอง จนมาถูกจับได้ดังกล่าว

การไล่ล่าจับกุม นายธีรพล ใช้กำลังทั้งตำรวจ ทหาร ออกติดตามในหลายจังหวัด   โดยมีการเปิดเผยถึงเส้นทางหนี ของนายธีรพล ว่าอีกนิดเดียวก็จะหลุดชายแดน ข้ามไปยังประเทศเมียนมาได้แล้ว โดย นายธีรพล บอกว่า ในตัวมีอาวุธปืน 9 มม.  1 กระบอก กระสุนเต็มแม็ก  และมีสำรองอีก 3 แม็ก  พร้อมสร้อยคอทองคำ หนัก 5 บาท 1 เส้น  เงินสดติดตัว 18,090 บาท  

ขณะเดียวกัน ยังมีการควบคุมตัววัยรุ่น ชาย 4 คน หญิง 2 คน จากพื้นที่ บ้านดอนกลาง และบ้านลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง มาทำการสอบสวน ว่าเกี่ยวข้องกับการนำพาผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่   เนื่องจาก ผู้ต้องหา ได้วางแผนหาลู่ทาง เพื่อหลบข้ามแดน ผ่านลำน้ำกระบุรี  ไปแอบซ่อนยังฝั่งประเทศเมียนมา แต่มาถูกทางเจ้าหน้าที่จับกุมได้ก่อน

ย้อนกลับไปที่ปฏิบัติการไล่ล่าจับกุม  หลังมีข่าวว่า นายธีรพล ขับรถหลบหนีลงใต้ ตำรวจชุมพร สั่งการให้ ทุกโรงพัก สกัดรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ  ทะเบียน ศท. 3628 กทม. ทันที   โดยกำลังตำรวจ ลงพื้นที่ ตั้งจุดสกัด สี่แยกไฟจราจร หลังสวน บนถนนเอเซีย41 หลังสวน จ.ชุมพร ก็ไปพบรถคันดังกล่าว กำลังจะผ่านสี่แยกไฟแดงหลังสวน จึงส่งสัญญาณให้หยุด  พบชายวัยรุ่น อายุ 28 ปี  ขับรถมาเพียงลำพัง  จึงขอตรวจค้น  ขณะนั้น มี ชายวัยรุ่น อายุ 30 ปี  และ หญิงวัยรุ่น อายุ 28 ปี ลงมาจากรถยนต์ ฮอนด้าซีวิค ทะเบียน บณ 5521 กทม และ รถยนต์ โตโยต้า ษง 7151 กทม.  รวม เป็นรถ 3 คัน  ขับมาคันละคน เข้ามาจอด          

จากการสอบสวน ชายหญิงทั้ง 3 คน ให้การว่า เป็นพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายรถยนต์ ส่วนรถสีดำ ที่ต้องสงสัยว่าเป็นของคนร้าย ไปซื้อรถมาจาก หน้า มหาวิทยาลัย ราม กทม.  เพื่อนำไปขาย ใน จ.สุราษฏร์ธานี  มีหลักฐานการซื้อขายชัดเจน  แต่ไม่ทราบว่า เป็นของคนร้ายหรือไม่   แต่ตำรวจยังสงสัยในหลายประเด็น เนื่องจากชุดไล่ล่า แกะรอย นายธีรพล จนพบสัญญาณการโทรศัพท์ ที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะมีการเปลี่ยนรถเป็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ และไปปรากฏตัวอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กระทั่งมีการไล่ติดตามจนสามารถสกัดจับรถคันดังได้ในพื้นที่ สภ.หลังสวน แต่ปรากฏว่า ไม่พบตัว นายธีรพล  กลับมีบุคคลอื่นขับมาแทน จึงนำผู้ต้องสงสัยทั้ง3 คนนี้ ไปสอบสวนที่โรงพัก

ส่วนภาพ กล้องวงจรปิด ที่เห็นรถกระบะ และรถเก๋งสีขาว ไปจอดรับ นายธีรพล อยู่ที่จ.พิษณุโลกนั้น  เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) นายสุชาครีย์ วังทอง อายุ 23 ปี คนขับรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ผอ 3161 ชลบุรี  พร้อมด้วย นายประพันธ์ ธรรมพิง อายุประมาณ 30 ปี คนขับรถเก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9640 ชลบุรี ซึ่งปรากฏอยู่ในคลิป  ได้เข้าพบเจ้าพนักงานสอบสวน ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์

โดย น.ส.ชนิดา นครพงษ์ อายุ 20 ปี น้องภรรยา ของนายสุชาครีย์ ซึ่งเดินทางมาเข้าที่ สภ.พญาแมนด้วย บอกว่า เห็นคลิปตามสื่อต่างๆ  ก็ตกใจมาก เนื่องจากเป็นรถของพี่เขย และเพื่อนพี่เขย  จึงรีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ  โดยวันเกิดเหตุ พี่เขย และเพื่อนพี่เขย ขับรถมาคนละคัน  ไม่มีผู้โดยสาร  ไปรับไข่ไก่ที่ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อไปส่งที่ลาดกระบัง  แต่ขณะจอดรถติดไฟแดง บริเวณแยกเอกซเรย์ จ.พิษณุโลก  // นายธีรพล ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตีคู่มาจอดข้างๆ แล้วเคาะกระจกที่รถของพี่เขย บอกว่า ขอติดรถไปด้วย จะจ่ายค่าจ้างให้ 1,000 บาท  // พี่เขย บอกว่า ไปแค่แยกปลวกสูง จ.พิจิตร  เนื่องจากจะจอดรถนอนพัก

นายธีรพล ก็ตกลง  จึงบอกให้ไปขึ้นรถ ที่บริเวณริมทางด้านหน้า ตามที่เห็นในกล้องวงจรปิด  โดย นายธีรพล นั่งหน้าคู่คนขับ และนั่งนิ่งเงียบอย่างเดียวตลอดทาง  ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพียงแค่ให้อาศัยติดรถมาด้วย 

ขณะที่ตัว นายธีรพล ตอนนี้ ถูกนำตัวมาจากจาก จ.ระนอง แล้วขึ้นเครื่องบินมาลงที่ จ.พิษณุโลก  จากนั้นขึ้นรถตู้ นำตัวไปฝากขังไว้ที่ สภ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ทันที  โดยมีกำลังตำรวจ สภ.ลับแล ควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งบริเวณห้องขัง และภายนอก สภ.ลับแล เพื่อป้องกันเหตุร้าย  โดยเฉพาะการชิงตัวผู้ต้องหา หรือ ผู้ต้องหาอาจคิดสั้น

โดยตัวนายธีรพล มีท่าทางเหนื่อยล้า จากการไม่ได้พักผ่อน  เนื่องจากต้องคอยระวังตัว เพื่อไม่ให้ถูกจับ และต้องคอยหลบหนี ยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิม ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร จ.ระนอง รวบตัวได้ คือ สวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ 

ไปดูบรรยากาศ ญาติผู้เสียชีวิต ทั้ง 5 ศพ ทำพิธีรดน้ำศพ ที่จ.อุตรดิตถ์  ที่วัดเกาะวารี  นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอพิชัย  ร่วมพิธีรดน้ำศพ  นายวิรัตน์ กิ่งแก้ว   นางน้ำผึ้ง อินทร์สิทธิ์  และนางสาวกัญญาภัทร กิ่งแก้ว  (แม่ แม่ ลูก)  

ส่วนศพของ นางน้ำผา อินทร์สิทธิ์   และนางกนกวรรณ อินทร์สิทธิ์  นั้นทางญาติได้นำศพไปไว้ที่วัดบ้านดง ตำบลพญาแมน   โดยศพทั้งหมด จะมีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคมนี้

นายพงษ์สุธี มีรอด ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ยิงนายวิรัตน์ กิ่งแก้ว นางน้ำผึ้ง และ นางสาวกัญญาภัทร  บอกว่า ในวันเกิดเหตุ นายธีรพล ได้เดินเข้ามา พร้อมกับอาวุธปืนยิง ยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนทันที โดยที่ไม่ได้พูดอะไร   ตอนนั้น นายธีรพล ก็มองเห็นตนเองนั่งอยู่  แต่ นายธีรพล ก็ไม่ได้ยิง เพราะ นายพงษ์สุธี อาจจะไม่ใช่คนในครอบ   แต่ นายพงษ์สุธี  ก็ตกใจมาก กระโดดออกทางหน้าต่าง วิ่งหนีไป 

มีอีกหนึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์  ชื่อว่า นายเอกราช อายุ 31 ปี  เป็นคู่เขย ของ นายธีรพล  เล่านาทีชีวิตว่า ขณะที่ นายธีรพล บุกไปยิงที่บ้าน ตอนนั้นก็อยู่ภายในบ้าน ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ตลอด  วันนั้น นายธีรพล มาขอคืนดีกับ นางกัญญารัตน์ กิ่ง ภรรยา   แต่ภรรยา ไม่ยอมคืนดีด้วย จึงได้มีปากเสียงกัน  ส่วนพ่อตา ก็ไม่ยอมให้คืนดีด้วย จึงเดินเข้าไปเถียงอีกคน  ก่อนที่ นายธีรพล จะใช้อาวุธปืนยิงใส่ทุกคน  ซึ่งตอนที่ นายธีรพล ไล่ยิงนางกัญญารัตน์  ตนก็เดินออกมาจากบ้าน  พอ นายธีรพล เห็นเข้า ก็หันปืนมากระหน่ำยิงใส่ 3 นัด   จึงวิ่งหนีไปหลังบ้าน กระโดดลงบ่อน้ำ แล้วขึ้นไปหลบในไร่ข้าวโพด ก่อนจะโทรหาตำรวจ และญาติ ให้มาช่วย 

สำหรับนายธีรพล ปกติแล้วชอบทะเลาะกับภรรยา เป็นประจำ เลิกลากันไปหลายรอบแล้ว  เนื่องจาก นายธีรพล เป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบใช้กำลัง   ก่อนหน้านี้ ก็เคยเผาเสื้อผ้า มือถือ และทำร้ายภรรยา ถึงขั้นขึ้นโรงพักมาแล้ว

ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่เลิกกันไป  รถทั้งหมด 8 คัน ที่นายธีรพล ใช้ชื่อภรรยา นางกัญญารัตน์ ก็ได้โอนคืนไปหมดแล้ว  เหลือแค่รถกระบะคันที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ยังไม่ได้โอน   ส่วนเงิน 20 ล้าน ที่มีข่าวว่า นายธีรพล มาฝากไว้กับครอบครัวกัญญารัตน์นั้น   นายเอกราช บอกว่า ไม่ทราบ   แต่เคยเห็น นายธีรพล เบิกเงินสดหลายแสนมาเก็บไว้ที่บ้าน   ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า นายธีรพล ทำงานอะไร ทำไมมีเงินเยอะนั้น   นายธีรพล เคยอ้างว่า เป็นเจ้ามือหวยรายใหญ่ ที่ จ.ภูเก็ต  และเล่นหุ้น ทำให้มีเงินเก็บจำนวนมาก


ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.