ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

15 ม.ค. 2562 11:17 น.

จำนวนการเข้าชม 1,360 ครั้ง

ตำรวจ เร่งแกะรอยตามล่าลูกเขยโหด ฆ่ายกครัวฝั่งภรรยา 5 ศพ ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ โดยเบาะแสล่าสุด ไปพบรถเก๋ง ถูกจอดทิ้ง ในโรงแรม ที่ พิษณุโลก ก่อนยืมรถจักรยานยนต์ แม่บ้าน ไปขึ้นรถ 2 คัน พาหนีต่อ ขณะเดียวกันก็มีภาพวงจรปิด ตอนยิง พ่อตา กับ ภรรยา ที่กำลังตั้งท้อง 4 เดือนด้วย
กรณี นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงคนในครอบครัวเสียชีวิต รวม 5 ศพ  ในพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์  รวม 2 จุด   ตำรวจนำภาพกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ บ้านเลขที่ 177  ขณะที่ผู้ต้องหา มีปากเสียงกับ นางกัญญารัตน์ (เสื้อดำ) ซึ่งเป็นภรรยา   โดยมีนายวิรัตน์ พ่อตา อยู่ในจุดเกิดเหตุ   จากนั้นนายธีรพล  ชักปืนออกมายิงพ่อตา จนล้มกองกับพื้น  ทำให้นางกัญญารัตน์ วิ่งเข้าไปดูพ่อ  และตัวเองก็ถูกยิงไปด้วย  จนร่างล้มทับพ่อ  

ส่วนน้องสาวของนางกัญญารัตน์ (เสื้อขาวลายทาง)  สามารถวิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาได้  โดยผู้ต้องหาพยายามวิ่งไล่ยิงแต่ไม่ทัน

จากนั้น นายธีรพลได้เดินย้อนกลับมายิงพ่อตา และภรรยา ซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะหลบหนีไป  โดยพบว่า นายวิรัตน์ พ่อตา ถูกยิงเข้าหน้าทะลุท้ายทอย ส่วนนางกัญญารัตน์ ที่เป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ และตั้งครรถ์ประมาณ 4 เดือน ถูกยิงเข้าทะลุศีรษะและกลางหลัง เสียชีวิตคาที่ในโรงจอดรถ

และเมื่อวานนี้ ตำรวจพิษณุโลก รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ตำบลไผ่ขอดอน ว่า พบรถยนต์ต้องสงสัย คาดว่า จะเป็นรถของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ภรรยา พร้อมญาติ เสียชีวิต รวม 5 คน มาจอดทิ้งไว้ และยังได้หลอกขอยืมรถจักรยานยนต์แม่บ้าน ขี่หลบหนีไปด้วย 
 
ตำรวจตรวจสอบ พบเป็น รถเก๋ง แคมรี่ สีขาว หมายเลข กล 4561 พิษณุโลก ซึ่งยืนยันได้ว่า เป็นรถของ นายธีรพล    พนักงานโรงแรม เล่าว่า นายธีรพล ได้ขับรถคันนี้เข้ามาเปิดห้องหมายเลข 9   อาการรีบร้อน  ลุกลี้ลุกลน  พอจ่ายเงินค่าห้อง ไป 500 บาท  ก็เอ่ยปาก ขอยืมรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 437 พิจิตร ของนางลูกจันทร์ เมืองนาค 49 ปี พนักงานแม่บ้านของโรงแรม  โดยอ้างว่า จะไปรับแฟนที่ห้างเซ็นทรัลพิษณุโลก แล้วก็หายตัวไปไม่กลับมาอีกเลย 

ต่อมา มีคนไปพบรถจักรยานยนต์ คันนี้ ถูกจอดทิ้งไว้ริมถนนทางหลวงหมายเลข 117 ใกล้เคียงปั้มน้ำมัน พีที ตำบลท่าทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก 

จนมีกล้องวงจรปิดคลิปที่ 2 ออกมา พบว่า ผู้ต้องหา มีรถยนต์ 2 คัน ขับตามมาช่วยเหลือ และพาหลบหนีไป  เป็นระกระบะ 1 คัน รถเก๋ง 1 คัน   ตำรวจคาดว่า ผู้ต้องหาน่าจะเดินทางออกจากนอกพื้นที่ และพยายามหลบหนีไปยังพื้นที่ภาคใต้ จึงระดมกำลังตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ติดตามตัว

ส่วนบ้านหลังเกิดเหตุ นายอำเภอพิชัย พร้อมกำลังอาสาสมัครไปดูแลความปลอดภัย  ให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ยังมีความหวาดกลัว หวั่นคนร้ายจะหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก  เนื่องจากทราบว่า ผู้ต้องหา มีลูกน้องเยอะ และมีอิทธิพล   ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหา ยังเคยข่มขู่ว่า จะฆ่าให้หมดทั้งโคตร   โดยมีการชี้เป้า บ้านไว้ 7 หลัง  ที่ต้องฆ่าให้หมด   ตอนนี้ญาติพี่น้อง ไม่มีใครกล้าที่จะอยู่ภายในบ้านตามลำพัง 

นอกจากนี้ ทางญาติ ทำพิธีจุดธูป 1 ดอก เพื่อขอขมา ตั้งจิตอธิษฐานให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุขติ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว

ส่วนที่วัดบ้านดง และวัดบ้านเกาะวารี ทางญาติพี่น้อง และชาวบ้าน ต่างช่วยกันจัดสถานที่บนศาลาการเปรียญวัด เพื่อเตรียมประกอบพิธีทางศาสนาของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ  

ส่วนเรื่องทางคดี พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งทีมสืบสวนมือดี ของกองกำกับการ 4 ลงพื้นที่ติดตามจับกุม นายธีรพล หลังได้เบาะแสแหล่งกบดาน  แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ คาดได้ตัวเร็วๆ นี้ 

โดยมีรายงานว่า จากการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไม่มีสัญญาณ อีกช่วงเวลา 23.30 น.วันที่ 13 ม.ค. หลังก่อเหตุ  พบว่า อยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   อาจเป็นไปได้ว่านาย ธีรพล น่าจะหลบหนีกลับบ้านที่ จ.ระนอง  และอาจหนีออกนอกประเทศ  หรือ กบดานอยู่ที่ใดสักแห่งในประเทศ   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งประวัติพร้อมภาพถ่าย ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง  ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจทุก สภ.ทั่วประเทศแล้ว เพื่อสกัด แจ้งเบาะแส และจับกุม

ด้าน พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร.  บอกถึงความคืบหน้าการติดตามตัวตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ในการหลบหนี  มีการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีในการติดตามหลายอย่าง คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้  ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลการหลบหนีไปต่างประเทศ โดยฝากถึง นายธีรพล ว่า การหลบหนี รังแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง  การเข้ามอบตัวสู้คดี น่าจะเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า และหากต่อสู้ขัดขืน ตำรวจก็จะดำเนินการตามกระบวนการ

คดีนี้ศาลอุตรดิตถ์ ออกหมายจับ นายธีรพล แล้ว ในข้อหาฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่น ขณะที่ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ สภ.พญาแมน เพื่อติดตามคดี  พร้อมสั่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบปลอกกระสุนปืน ว่า มาจากปืนกระบอกใด และเคยใช้ก่อเหตุในคดีอื่นหรือไม่   รวมถึงกำชับตำรวจทำงานอย่างรอบคอบ รัดกุม  ส่วนการตรวจสอบประวัติ นายธีรพล พบว่ามีส่วนพัวพันกับยาเสพติด และคดีฉ้อโกง ขณะนี้ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกิจสีเทา ของ นายธีรพลด้วย รวมไปถึงเส้นทางการเงินอย่างละเอียดด้วย  

นอกจากนี้ มีการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของ นายธีรพล พบว่า ช่วงปี 2558  นาย ธีรพล หรือ วีรพล ปิ่นอมร  เป็นคนขับรถเมล์ร่วม ขสมก. สาย 46  เคยไปไล่ผู้โดยสารลงจากรถระหว่างทาง โดยอ้างว่ารถหมดระยะ ที่ตลาดคลองเตย  ทางกรมการขนส่งทางบก ได้เรียกเข้ามาทำการเปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 2,000 บาท 

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมผิดปกติ โดยมีการยื่นขอทำบัตรประประชาชน มากถึง 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2552 ถึง ปัจจุบัน   โดยไปทำที่  จ.ภูเก็ต  2 ครั้ง   จ.สุรินทร์ 1 ครั้ง   ต่อด้วย ระนอง   นนทบุรี   นครปฐม    ที่ สำนักงานเขตภาษีเจริญ กทม.  ที่ สุโขทัย   อุตรดิตถ์  และครั้งที่ 10  ที่ พิษณุโลก

ในโลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องราวของ ลูกชาย ของ นางกนกวรรณ อินทรสิทธิ์ อายุ 53 ปี พี่สาวของ นางน้ำผึ้ง ซึ่งเป็น แม่ยาย ของ นายธีรพล ผู้ก่อเหตุ   เป็นข้อความแชทผ่านเฟซบุ๊ก พูดคุยกับแม่ ก่อนถูกนายธีรพล ยิงเสียชีวิต ระบุว่า เมื่อเช้ายังโทรคุยกันอยู่เลย หนูรักแม่มากๆนะ 

ขณะที่ลูกสาวอีกคน ได้มีการโพสต์ระบุว่า ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นวันสุดท้าย ที่ได้คุยกันแม่  วันนี้เสียใจที่สุด  คนยิงแม่มันต้องรับกรรม  หนูรักแม่มากๆนะ 


ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.