ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

29 ม.ค. 2562 14:23 น.

จำนวนการเข้าชม 915 ครั้ง

เมื่อคืนที่ผ่านมา มี ผู้ต้องหา 2 สามีภรรยา ถูกคดีฉ้อโกง มูลค่า 120 ล้านบาท ถูกปล่อยตัวชั่วคราวได้กำไล EM ไปคนละอัน ปรากฎว่าเอากรรไกรไปตัดกำไลทิ้ง เพราะกลัวต้องรับโทษ แต่สุดท้าย ถูกจับได้อยู่ดี
ตำรวจนครบาลหลักสอง นำกำลังฝ่ายสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายทศพล บุญมานุช หรือ ต้อม อายุ 28 ปี   และ น.ส.ปิยพร แส่สันเทียะ  หรือ ฟิล์ม อายุ 28 ปี  เป็นสามีภรรยากัน  ก่อเหตุร่วมกันทำลายกำไล EM หรือ กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์  ที่ศาลสั่งให้สวมไว้ แล้วหลบหนีไป ในขั้นตอนการรอฟังคำพิพากษา คดีร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินเล่นแชร์ออนไลน์ สร้างความเสียหายนับร้อยราย  มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท  

จากการสอบสวน นายทศพล ยอมรับว่า เมื่อช่วงต้นเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ น.ส.ปิยพร ทำลายกำไล EM ที่ศาลสั่งให้สวมเอาไว้ เพื่อหลบหนี  เนื่องจากใกล้ถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจากศาลแล้ว เชื่อว่า คงต้องโทษติดคุกแน่  ประกอบกับ ไม่สามารถหาเงินมาชดใช้ผู้เสียหาย ที่มีนับร้อยรายได้ทัน  

โดยวิธีทำลายกำไล EM นั้น ใช้เพียงกรรไกรตัวใหญ่ สภาพคมๆ ช่วยกันตัด  แต่ก็ใช้เวลานานพอสมควร และทำให้มีบาดแผลเกิดขึ้นที่ข้อเท้าเล็กน้อย   เมื่อทำลายกำไลเป็นที่เรียบร้อย ก็พากันขับรถยนต์ไปกบดานอาศัยหลับนอนตามปั๊มน้ำมันต่างๆ เร่ร่อนไปถึง จ.นครราชสีมา หาห้องเช่าอยู่  กระทั่งถูกฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง ตามไปจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้ กำไล EM เป็นอุปกรณ์ติดตามและควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลได้นำมาใช้ตั้งแต่ 1 มีนาคม ปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้กำไลอีเอ็มหลายพันชุด แต่พบการหลบหนี ทำลายอุปกรณ์ หรือสัญญาณอุปกรณ์ดับหลายครั้ง ข้อมูลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2561 ถึง 13 กรกฎาคม 2561 ใช้กำไลอีเอ็มแล้ว 1,844 ชุด แต่พบการหลบหนี ทำลายอุปกรณ์ หรือสัญญาณอุปกรณ์ดับ 38 ราย เจ้าหน้าที่ออกติดตามจับมาส่งศาล 18 ราย

การทุบทำลายกำไล EM ไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ เพราะเป็นทรัพย์ของเอกชน และไม่ผิดฐานหลบหนีการควบคุม เพราะมีอิสระในการเคลื่อนไหว แต่ต้องชดใช้ค่ากำไล 2 หมื่นบาท ถ้าโดนจับได้จะถูกจับตัวเข้าคุมขังในเรือนจำอีกครั้ง

ตัวอย่างของผู้ต้องหาที่ใส่กำไลนี้ ก็คือ เบนซ์ อัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ 'เบนซ์ เรซซิ่ง' ที่ได้ประกันตัวไปในชั้นศาลอาญา แต่กำหนดให้ติดกำไล EM ซึ่งต้องติด EM ไว้ที่ข้อเท้าตลอดเวลา ไม่ว่าจะอาบน้ำ กินข้าว คุยโทรศัพท์  ภายในเครื่องจะสามารถรับส่งสัญญาณ แจ้งพิกัดข้อมูลของผู้ถูกคุมประพฤติ ส่งไปยังศูนย์ควบคุมของศาลยุติธรรม เพื่อมอนิเตอร์ความเคลื่อนไหวว่า บุคคลที่ศาลสั่งคุมประพฤตินั้น ออกนอกบริเวณพื้นที่ควบคุมในเวลาที่กำหนดหรือไม่

กำไล EM จะใช้ในชั้นปล่อยตัวชั่วคราว หรือได้ประกันระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนใหญ่เป็นคดีที่โทษไม่สูง เช่น เมาแล้วขับ ซึ่งศาลจะพิจารณาประวัติ และพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นหลัก ถ้ามีแนวโน้มที่จะหลบหนีสูงก็จะต้องถูกจำคุก

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.