ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

22 มี.ค. 2562 11:08 น.

จำนวนการเข้าชม 732 ครั้ง

คืบหน้าคดียิงร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจมุ่ง 3 แนวทางสืบปมสังหาร ขณะที่ทนายความเผยเจ้าตัวทำพินัยกรรมไว้ก่อนตาย เพราะรู้ตัวว่ากำลังถูกปองร้าย
ญาติและครอบครัว จัดพิธีและตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ซึ่งถูกคนร้ายขับรถเก๋งตามประกบยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านพักใน อ.เมืองสงขลา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 19 มีนาคม พิธีศพจัดที่ วัดโรงวาส เมืองหาดใหญ่ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีพิธีรดน้ำศพ ซึ่งมีผู้มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก มีเพื่อนนักเรียนพลตำรวจ รุ่น 36 และ เหยื่ออาชญากรรมที่ ร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ ช่วยเหลือไว้ประมาณ 300 ราย ร่วมพิธีแสดงความอาลัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกของบรรดาญาติพี่น้องและครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาและลูกชายลูกสาวทั้งสองคน


โดยพี่สาว (ขอสงวนชื่อ) ของ ร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เปิดใจต่อการสูญเสียน้องชาย ว่า ที่ผ่านมาเคยเตือนน้องชาย ขอให้เลิกทำงานที่กำลังทำอยู่ แล้วกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอยู่กับพี่ๆน้องๆ เพราะคิดอยู่แล้วว่าสักวันต้องมีวันนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วเกินไป แต่น้องชายก็ยังคงยืนยันว่ามาไกลเกินไปไม่สามารถหันหลังกลับได้ 

ส่วนทางคดี ครอบครัวยังเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจในพื้นที่ และยังไม่ต้องให้ทางกองปราบหรือดีเอสไอเข้ามา เพราะเชื่อว่าตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ และมีผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ลงมาดูแลคดีนี้ พร้อมฝากไปถึงคนร้ายให้เข้ามอบตัว เพราะสุดท้ายก็หนีเวรกรรมไปไม่พ้นที่ทำกับครอบครัวคนอื่นแบบนี้

ประเด็นความขัดแย้งที่ทำให้ ร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ ถูกสังหารครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ร้อยตรีชัลวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความ ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์กับ ร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ ขณะถูกยิง เปิดเผยถึงวินาทีสังหารว่า ในวันเกิดเหตุกำลังคุยกับร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ เพื่อเตือนในเรื่องของการไลฟ์สด ไม่ให้เข้าข่ายดูหมิ่นศาล รวมทั้งเรื่องคดีความ จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังขึ้น และสัญญาณขาดหายไป เมื่อโทรกลับไปพี่ชายรับบอกว่าวัชรินทร์ถูกยิง 

ประเด็นหลักที่เกี่ยวพันปมสังหารได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจชุดสืบสวนไปหมดแล้ว และก่อนที่จะเสียชีวิตทางร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ ได้ให้ทำพินัยกรรมเอาไว้ เพราะรู้ตัวว่ากำลังถูกปองร้าย โดยได้ยกบ้านและที่ดิน รถยนต์ เงินสงเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กับบิดาและบุตรทั้ง 2 คน ไว้เป็นทุนการศึกษา
ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.