เศรษฐกิจ

โดย SMARTNEWS ONLINE

10 เม.ย. 2560 16:03 น.

จำนวนการเข้าชม 490 ครั้ง

สะพัด!! เตรียมปลด “ณรงค์ เขียดเดช” พ้นผู้ว่าการ กทพ. เจ้าตัวมึนข่าวมาจากไหน ระบุผลประเมินผ่านฉลุย-งานเดินตามแผน เชื่อแค่เข้าใจผิด

แหล่งข่าวภายในการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีกระแสข่าวจะมีการปลดนายณรงค์ เขียดเดช ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการ กทพ. เนื่องจากแนวทางการทำงานที่ไม่ตรงกันระหว่างนายณรงค์กับคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.ที่มี พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ เป็นประธาน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการส่งต่อข้อความในกลุ่มไลน์ของพนักงาน กทพ.ฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดินว่านายณรงค์จะยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ (10 เม.ย.)

ล่าสุดนายณรงค์ ออกมาระบุว่าส่วนตัวยังไม่ทราบข้อเท็จจริงและยืนยันยังไม่ได้ยื่นใบลาออกแต่อย่างใด คาดว่าเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้หลายวันก่อนตนก็เพิ่งทราบเรื่องจากพนักงาน กทพ.ที่มาพบและให้กำลังใจว่ามีกระแสข่าวจะปลดตน ก็ยังแปลกใจอยู่ว่าต้นตอของข่าวมาจากไหน เนื่องจากที่ผ่านมาแม้มีข้อติดขัดระหว่างฝ่ายบริหารกับทางฝ่ายนโยบายบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติของหน่วยงานระดับนี้และอาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำในการตรวจสอบซึ่งกันและกัน อีกทั้งผลประเมินการทำงานในตำแหน่งของตนก็ออกมาค่อนข้างดี ตลอดจน KPI (ตัวชี้วัดผลงาน)ของ กทพ. ที่เพิ่งสรุปไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2560 ไปก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจเช่นกัน

“จริงๆในฐานะคนทำงาน จะให้ไปอยู่ตรงไหนก็คงขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา แต่ด้วยผลการประเมินส่วนตัวและKPI หน่วยงานสิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่น่าจะมีเหตุมาปลดผมในตอนนี้” นายณรงค์ ระบุ

ทั้งนี้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีกระแสข่าวการปลดนายณรงค์ออกมา พนักงานและลูกจ้าง กทพ.จำนวนหนึ่งก็ได้รวมตัวกันมอบดอกไม้และให้กำลังใจนายณรงค์มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยมีการชูป้ายสนับสนุนการทำงานและเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของนายณรงค์ด้วย

ด้าน แหล่งระดับสูงในกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดในการปลดนายณรงค์มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นายณรงค์ได้รับการสรรหาเข้ามาเป็นผู้ว่าการ กทพ.เมื่อเดือน ม.ค.2559 โดยมีข่าวว่าบอร์ดจะใช้เหตุผลว่านายณรงค์ไม่ผ่านผลประเมินการทำงานตั้งแต่ช่วงแรก แต่เมื่อผลประเมินออกมาก็ปรากฎว่านายณรงค์ได้คะแนนมากถึง 4.8 จากคะแนนเต็ม 5 กระแสข่าวจึงหายไประยะหนึ่ง ทั้งนี้มีการวิเคราะห์กันว่า ความพยายามอยากให้นายณรงค์ออกจากตำแหน่งนั้น มาจากความร่วมมือของอดีตผู้ว่าการฯรายหนึ่งที่ยังมีอิทธิพลในหน่วยงานอยู่ ร่วมด้วยรองผู้ว่าการฯปัจจุบันอย่างน้อย 2 ราย ที่ได้มีการล็อบบี้ผ่านบอร์ด กทพ.มาเป็นระยะๆ และพยายามหาเหตุผลมาโจมตีนายณรงค์แต่ก็ยังไม่เป็นผล ก่อนหน้านี้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนผู้ว่าการ กทพ. แต่เมื่อผลสอบออกมาก็ไม่สามารถเอาผิดกับนายณรงค์ได้ จนล่าสุดมีการเสนอให้ผู้มีอำนาจกดดันนายณรงค์ให้ลาออกจากตำแหน่ง

แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะระดับรองผู้ว่าการฯรายหนึ่งที่คาดว่าจะได้ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการฯ หากนายณรงค์หลุดจากตำแหน่ง ก็หวังเข้ามากุมอำนาจ และทำให้ตัวเองพ้นผิดจากกรณีที่นายณรงค์ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณาหาผู้รับผิดทางละเมิด จากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาให้ กทพ.ชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงถึงรองผู้ว่าการฯที่ดูแลเรื่องนี้ จึงอาจจะมีความพยายามในการขึ้นตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการฯเพื่อตัดตอนเรื่องที่ตัวเองถูกสอบสวน คล้ายกับที่ก่อนหน้านี้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ กทพ.จ่ายค่าเสียหายให้แก่เอกชนผู้รับเหมาหลายล้านบาท กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการติดตั้ง Bridge Expansion Joint (รอยต่อเพื่อการขยายตัวบนสะพาน) ซึ่งรองผู้ว่าฯรายเดียวกันดึงเรื่องไว้ จนไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ กทพ.เสียหาย และเรื่องอยู่ในขั้นตอนสอบสวนของทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในขณะนี้ด้วย ขณะที่รองผู้ว่าการฯอีกรายนั้นก็ต้องการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นผู้ว่าการฯแทนนายณรงค์ ผ่านการผลักดันของอดีตผู้ว่าการฯรายหนึ่ง

แหล่งระดับสูงในกระทรวงคมนาคม เปิดเผยด้วยว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าแนวทางการทำงานของนายณรงค์นั้นค่อนข้างจะเห็นต่างกับแนวนโยบายของบอร์ด กทพ. โดยเฉพาะในส่วนของ พล.อ.วิวรรธน์ ประธานบอร์ดอยู่บ้าง อย่างกรณีโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่บอร์ด กทพ.เห็นว่าล่าช้า ไม่สามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการได้ทันในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่จริงแล้วเรื่องนี้ผ่าน กทพ.ไปนานแล้ว แต่ที่ล่าช้าเพราะถูกดึงเข้าเป็นโครงการในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศ (กองทุนรวม) หรือ Thailand Future fund (TFF) จึงต้องขั้นตอนพิจารณาของทางคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานงบประมาณ อย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เอกชนรายหนึ่งเสนอจะให้ใช้ที่ดิน และออกงบประมาณจัดสร้างทางขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครให้บริเวณราบบ่อนไก่ ถ.พระราม 4 ซึ่งเดิม กทพ.ก็มีโครงการอยู่แล้ว แต่เป็นจุดที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่สามารถก่อสร้างได้เนื่องจากพื้นที่แคบ ทางผู้ว่าการ กทพ.ก็เห็นดีด้วย เพราะต้องการแก้ไขปัญหาปริมาณรถสะสมตรงบริเวณ ถ.พระราม 4 ต่อเนื่อง ถ.วิทยุ และ ถ.เพชรบุรี อยู่แล้ว และเมื่อมีเอกชนมาเสนอทั้งที่ดินและงบประมาณ ก็คิดว่าเป็นประโยชน์แก่ กทพ. และการแก้ไขปัญหาจราจร เนื่องจากผู้ใช้ทางด่วนสามารถตัดลง ถ.วิทยุ ได้เลย ไม่ต้องมาสะสมที่ ถ.พระราม 4 เหมือนปัจจุบัน แต่ทางประธานบอร์ด กทพ.มีความเห็นแย้งว่า หากให้เอกชนเข้ามาลงทุนให้ ก็จะถูกมีข้อครหาว่าเป็นการเอื้อเอกชนรายดังกล่าว ที่กำลังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในบริเวณนั้น ซึ่งทางผู้ว่าการ กทพ.ก็รับฟังทางประธานบอร์ด กทพ. จึงยังไม่ได้ข้อยุติในกรณีนี้

“เรื่องทางด่วนพระราม 3 เหมือนพยายามหาเหตุว่าผู้ว่าฯณรงค์ทำงานล่าช้า แต่จริงๆแล้วเรื่องมาค้างอยู่ที่กระทรวงคมนาคมหลายเดือนแล้ว เพื่อรอความเห็นจาก สศช.กับทางสำนักงบประมาณ ขณะที่เรื่องด่านผ่านทางที่เอกชนจะสร้างให้ ที่ผู้ว่าฯณรงค์สนับสนุน เพราพ กทพ.มีโครงการอยู่เดิม แต่เมื่อบอร์ดตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกมองว่าเอื้อประโยช์เอกชนนั้น ก็รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน จึงไม่น่าจะมีความขัดแย้งอะไร” แหล่งข่าว ระบุ

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 026998376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 026998664


©2015 True4U. All Rights Reserved.