ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

10 พ.ค. 2560 16:59 น.

จำนวนการเข้าชม 1,548 ครั้ง

คืบหน้าหลังจากตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายธงชัย แก้วดาว อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาทำร้ายบุพการีจนถึงแก่ความตาย

คืบหน้าหลังจากตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายธงชัย แก้วดาว อายุ 36 ปีหลังก่อเหตุทำร้ายนางอำพร ดวงใจ มารดาแท้ ๆ จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านใน ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยตำรวจกอบปราบปรามบุกเข้าจับกุมนายธงชัยได้ขณะหลบที่ในบ้านพักที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 10 พฤษภาคม) พ.ต.อ.ปิยพันธ์ ภัทรพงศ์สินธ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว และ ชุดปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน กว่า 20 นาย คุมตัวนายธงชัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางคนในหมู่บ้านที่มายืนด่าทอสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น

โดยหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพนายธงชัยได้ขอโทษและขอสวมกอดนายดวงดี แก้วดาว อายุ 62 ปี บิดา เป็นครั้งสุดท้าย โดยขอให้พ่อให้อภัยกับสิ่งที่ทำลงไป พร้อมกับกราบขอขมาต่อหน้าภาพของมารดาตัวเองและบอกว่าหลังจากรับโทษในคุกออกมาจะขอบวชเพื่อชดใช้กรรมและบอกด้วยว่าระหว่างที่ติดคุกพ่อไม่ต้องไปเยี่ยม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปดำเนินคดี

นายธงชัย สารภาพว่า รู้สึกเสียใจและสำนึกผิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุยอมรับเป็นเพราะความเครียดสะสมเรื่องที่พ่อแม่พี่ชายมากกว่าและเรื่องที่พ่อแม่ไม่ยอมรับแฟนสาวชาวเวียดนามที่จะพามาอยู่ด้วยที่บ้าน ประกอบกับในวันเกิดเหตุเมาสุราและเสพยาบ้ามาก่อน ทำให้ขาดสติลงมือร้ายแม่ โดยหลังจากแม่เข้าโรงพยาบาล พี่ชายบอกให้หนีไปเพราะแม่อาการหนัก จึงตัดสินใจหนีออกไปจากบ้านหนีความผิด

ขณะที่นายดวงดี แก้วดาว บิดาของนายธงชัย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นนายธงชัยติดยาบ้ามาตลอด หลายปีก่อนหน้านี้เคยไปแจ้งให้ตำรวจมาจับครั้งหนึ่ง โดยตนเองได้ไปประกันตัวและพาไปบำบัด แต่หลังจากนั้นก็กลับมาเสพอีก โดยปกติลูชายจะเป็นคนดี แต่เมื่อได้เสพยาบ้าก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคนและชอบทำร้ายพ่อแม่เป็นประจำ ที่ผ่านมาตนเองถูกนายธงชัยทำร้ายบ่อยครั้ง มีทั้งเตะต่อยและใช้เท้าเหยียบคอและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะทำร้ายเก็บไว้ข่มขู่ ที่ผ่านมาตนเองในฐานะพ่อแม่ก็อดทนและให้อภัยมาตลอด เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุดแต่ในฐานะพ่อก็ให้อภัยและขอให้ลูกสำนึกผิด

พ.ต.อ.ปิยพันธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะขยายผลไปถึงเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ทั้งในระดับชุมชนและกลุ่มผู้ค้าเพื่อจับกุมดำเนินคดี พร้อมเตือนสติให้สังคมตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด โดยให้คดีนี้เป็นอุทธาหรณ์เตือนใจ

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 026998376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 026998664


©2015 True4U. All Rights Reserved.