เศรษฐกิจ

โดย SMARTNEWS ONLINE

7 ก.ย. 2560 10:24 น.

จำนวนการเข้าชม 480 ครั้ง

เวทีประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หรือ BRICS 2017 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ประธานอาวุโส เครือ ซี.พี. ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลก "BRICS Business Forum" โดยย้ำว่า ฐานประชากรที่มีมากกว่า 3,000 ล้านคน มีศักยภาพในการพัฒนาด้านเกษตรและอาหารรองรับโลกยุค 4.0
คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รับเกียรติเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ครั้งที่ 9 ที่นครเซียะเหมิน ประเทศจีน มีผู้นำจาก บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ พร้อมด้วยผู้นำอีก 5 ประเทศที่ได้รับเชิญเพิ่ม รวมถึงนายกรัฐมนตรีของไทย งานนี้ คุณธนินท์ ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีน ร่วมเสวนากับผู้นำในแวดวงธุรกิจการเงินการธนาคารของจีนและประเทศต่าง ๆ ในเวที BRICS Business Forum  หัวข้อ "ความร่วมมือทางการเงินและการพัฒนา" 

คุณธนินท์ ได้แสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “ความร่วมมือทางการเงินและการพัฒนา” ว่า จากประสบการณ์ที่ซีพีคร่ำหวอดในธุรกิจเกษตรและอาหารจนถึงปัจจุบัน เป็นบริษัทอาหารใหญ่อันดับ 4 ของโลก จึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่า กลุ่ม BRICS มีอนาคตที่จะเติบโตก้าวหน้า โดยเฉพาะธุรกิจเกษตรสู่อาหาร จะเป็นเรื่องสำคัญ ในการพัฒนาของกลุ่ม BRICS เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมมากกว่า 3,000 ล้านคน และยังมีที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะ บราซิล และรัสเซีย ส่วนอินเดียและจีน 2 ประเทศนี้ มีประชากรรวมกันมากกว่า 2,700 ล้านคน ถือเป็นตลาดรองรับที่ดี 

ปัจจุบันกลุ่ม BRICS มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก เพราะขนาดเศรษฐกิจของกลุ่มคิดเป็น 23% ของจีดีพีโลก และยังครอบคลุมประชากร 44% ของประชากรโลก ในฐานะผู้ประกอบการ คุณธนินท์ ได้เสนอความเห็นว่า เศรษฐกิจและการเงินต้องไปด้วยกัน กลุ่ม BRICS จึงต้อง "ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน" อย่างที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยพูดไว้ ต้องศึกษาจุดเด่นและข้อด้อย โดยแต่ละประเทศต้องนำจุดแข็ง มาเสริมจุดอ่อนของกันและกัน รวมถึงการใช้เวทีนี้ ผนึกกำลังกับการเงิน เพื่อกำหนดแนวทางหรือทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ 


การสนับสนุนทางการเงินของธนาคารเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ จะต้องมีความรอบคอบ ต้องคำนึงถึงโอกาสที่จะได้ทุนคืน ถ้าเป็นได้ดังนี้ จะถือว่ามีความยั่งยืน หากธนาคารขาดทุน นั่นหมายถึงทิศทางการพัฒนาไม่ถูกต้อง และในฐานะที่ตนเองเป็นนักธุรกิจ เป็นนักปฏิบัติ จึงเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม ล้วนต้องสร้างระบบให้ครบวงจร โดยธนาคารต้องช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจสร้างแต่ละห่วงโซ่ให้ครบถ้วน เพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผลที่ได้คือ ธุรกิจสามารถคืนเงินกู้และดอกเบี้ยได้ และผลประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศชาติตามมา 

ทั้งนี้การพัฒนาห่วงโซ่การผลิตเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการผลิตเป็นอาหารสำเร็จรูป จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยอาหารและด้านสิ่งแวดล้อม ในเวลาเดียวกัน ยังก่อให้เกิดธุรกิจโลจิสติกส์ขนาดใหญ่อีกด้วย เพราะจะมีการขนส่งในทุกห่วงโซ่การผลิตอาหาร ซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่ยาวมาก ก่อให้เกิดพัฒนาที่เป็นประโยชน์สูงสุดในเชิงเศรษฐกิจกับบรรดาประเทศกลุ่ม BRICS โดยมีภาคเกษตรและอาหารเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อน

ส่วนโครงการ One Belt One Road ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อเชื่อมโยงประเทศต่างๆ เข้าด้วยกัน คุณธนินท์ ให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าประชุมว่า   จะก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากมายในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทย ได้จัดตั้งโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพื่อสร้างความเชื่อมโยง คาดว่า จะสามารถดึงดูดคน 4.0 และดึงดูดอุตสาหกรรม 4.0 จากทั่วโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 026998376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 026998664


©2015 True4U. All Rights Reserved.