ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

7 มี.ค. 2561 11:09 น.

จำนวนการเข้าชม 1,034 ครั้ง

ภาพกล้องวงจรปิด จับวินาที รถจักรยานยนต์ออกมาจากถนนรอง แต่ไม่ชะลอความเร็ว พุ่งชนกับรถจักรยานยนต์อีกคันที่ขับมาทางตรงตามปกติ แต่เคราะห์ร้าย ร่างของคนขี่รถจักรยานยนต์ทางตรงล้มไปบนถนน ถูกรถ 6 ล้อที่ขับตามหลังมา ทับจนเสียชีวิต
ภาพวงจรปิดบริเวณปากทางเข้าโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ บันทึกวินาทีอุบัติเหตุ ขณะที่นายสุรัตน์ นิจิรัมย์ นักเรียน ชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ขี่จักรยานยนต์ เพื่อจะไปสอบปลายภาคที่โรงเรียน  แต่จังหวะนั้น มีจักรยานยนต์ ของนายสุทธิชัย สมจิตร อายุ 23 ปี  ขี่พุ่งออกมาจากซอยชลประทาน โดยไม่จอดชะลอดูรถ  ทำให้ชนเข้าอย่างจังกับรถของนายสุรัตน์  ซึ่งขับมาทางตรง และชิดซ้ายตามไหล่ทางมาตลอด  จนทั้ง 2 คันเสียหลักล้ม แต่เคราะห์ร้ายที่ร่างของนักเรียนคนดังกล่าว กระเด็นเข้าไปกลางถนน ถูกรถโดยสาร 6 ล้อ ที่ขับมาตามหลังมาระยะกระชั้นชิด เหยียบทับซ้ำจนเสียชีวิตคาที่  แต่เรื่องนี้ขยายผลไปที่ คนขับโดยสาย 6 ล้อ กลับไม่รู้ว่าทับร่างคน ขับรถไปส่งผู้โดยสารตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังเหตุการณ์ สร้างความเสียใจให้กับพ่อแม่ ของนักเรียนเคราะห์ร้ายเป็นอย่างมาก  โดยทันทีที่มาเห็นศพลูกชาย ก็โผเข้ากอดร่างไร้วิญญาณ และร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ ที่ต้องสูญเสียลูกชาย จนเป็นที่น่าสลดใจแก่ผู้พบเห็น

นายพลาย นวนประโคน อายุ 63 ปี คนขับรถโดยสาร อ้างว่า เห็นว่ามีอุบัติเหตุจักรยานยนต์ล้ม แต่ไม่รู้ว่าเหยียบทับร่างนักเรียนเสียชีวิต และไม่ได้มีเจตนาจะขับหลบหนี กระทั่งมารู้อีกที เมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแจ้งว่า รถของตนเอง ทับร่างนักเรียนเสียชีวิต   เบื้องต้นตำรวจ แจ้งข้อหากับจักรยานยนต์ที่ขับพุ่งออกมาจากถนนสายรอง ในข้อหา “ขับรถโดยประมาท” ส่วนรถสองแถวที่เหยียบซ้ำ ต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และมีเจตนาจะขับหลบหนีหรือไม่

ส่วนบรรยากาศที่ บ้านเลขที่ 63 หมู่ 4  ตำบล เสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ของนายสุรัตน์ หรือ น้องทีม  เป็นไปด้วยความโศกเศร้า  โดยเฉพาะนายทูล  นิจิรัมย์  และนางนรินทร์ทิพย์ พล่าหาญ  พ่อและแม่ของน้องทีม  ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไปแบบกะทันหันกับอุบัติเหตุครั้งนี้  

พ่อแม่น้องทีม ยังบอกอีกว่า น้องทีม เป็นลูกคนเล็ก และเป็นความหวังของครอบครัว ไม่คิดว่าจะมาจากไปเร็วแบบนี้  ส่วนเรื่องคดีความ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ล้วนเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่  จึงอยากให้เหตุการณ์นี้ เป็นอุทาหรณ์กับผู้ขับขี่ทุกคน ต้องใช้ความระมัดระวัง และไม่ประมาท  เพื่อจะได้ไม่เกิดการสูญเสีย

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.