ต่างประเทศ

โดย SMARTNEWS ONLINE

17 ก.ค. 2561 12:53 น.

จำนวนการเข้าชม 1,173 ครั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนความคิด หลังคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยแถลงว่า รัสเซียไม่ได้แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามที่เอฟบีไอกล่าวหา
ก่อนการแถลงข่าวของผู้นำสหรัฐและรัสเซีย หลังเสร็จสิ้นการเจรจากันที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นักข่าวอาวุโสคนหนึ่ง ยืนขึ้นและชูป้ายประท้วง ที่มีถ้อยคำเขียนว่า "สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์" เพื่อแสดงจุดยืนการต่อต้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐและรัสเซีย จนเขาถูกควบคุมออกจากห้องแถลงข่าว

ส่วนการเจรจาตัวต่อตัวระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีปูตินเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ได้รับการอธิบายจากผู้นำสหรัฐว่า เป็นการคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผยและได้ผลออกมาในทางที่ดีมาก สหรัฐฯ ต้องการจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซีย และโทษรัฐบาลชุดก่อนๆ ของสหรัฐฯ ว่าสร้างความเป็นศัตรูกันด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา (foolishness and stupidity) ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียในเวลาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และจะเปิดเส้นทางใหม่ๆ ไปสู่สันติภาพและเสถียรภาพของโลก

ทรัมป์ประกาศด้วยว่าจะร่วมมือกับรัสเซียเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในซีเรียและรักษาเสถียรภาพของอิสราเอลต่อไป แต่ที่สร้างความตกตะลึงให้ไปทั่วโลก คือเรื่องที่สหรัฐกล่าวหารัสเซียมาโดยตลอดว่า แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 แต่ในถ้อยแถลงล่าสุด ทรัมป์กลับพลิกจุดยืน โดยบอกว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่รัสเซียจะแทรกแซง และเขาเชื่อคำพูดของประธานาธิบดีปูติน 

จุดยืนใหม่ของทรัมป์ ตอกย้ำว่า ทรัมป์ไปคล้อยตามผู้นำรัสเซีย แทนที่จะเชื่อถือข้อมูลที่มาจากเอฟบีไอ และหน่วยข่าวกรองอื่นๆ ของสหรัฐฯ จึงเกิดกระแสโจมตีทรัมป์อย่างหนักหน่วงจากบรรดานักการเมืองในรัฐสภา ที่เตือนทรัมป์ว่า รัสเซียไม่ใช่มิตรที่แท้จริงของสหรัฐฯ และคำพูดของทรัมป์แสดงความอ่อนแอในความเป็นผู้นำสหรัฐฯ ให้โลกเห็น.

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.