ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

12 พ.ย. 2561 11:50 น.

จำนวนการเข้าชม 661 ครั้ง

เหตุปะทะคารมเดือดระหว่าง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ กับผู้อำนวยการโรงพยาบาล หลังจากนายอัจฉริยะ ได้พาเด็กหญิงอายุ 12 ปี พร้อมญาติๆ แห่โลงศพแม่ที่ถูกสาดน้ำกรด ร้องเรียนโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา จนแม่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งที่ 2
ไล่เรียงเหตุการณ์แบบนี้ .. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เมื่อวานนี้พาเด็กหญิงวัย 12 ปี และญาติๆ นำโลงศพ นางช่อลัดดา ผู้เสียชีวิตที่ถูกสามีสาดน้ำกรดใส่ และลูกสาววัย 12 พามาโรงพยาบาลแต่ถูกปฏิเสธการรักษา และส่งขึ้นรถไที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง แต่ต่อมา นางช่อลัดดาเสียชีวิต ครอบครัวนำโลงศพแห่มาตั้งที่หน้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ

โดยลูกสาววัย 12 ปีของผู้เสียชีวิต เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ประมาณตี 5 น้องพาแม่ขึ้นรถแท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่พยาบาลแจ้งว่าสิทธิบัตรทองของแม่อยู่ที่โรงพยาบาลบางมด จึงทำตามคำแนะนำ โดยระหว่างเดินออกจากโรงพยาบาลไปขึ้นแท็กซี่แม่ได้ทรุดตัวลง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงมาช่วยอุ้มขึ้นแท็กซี่ ก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งที่ 2

จากนั้นคณะผู้บริหารโรงพยาบาล โดย พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระราม 2 พร้อม นพ.พีระ คณานวัตน์ แพทย์ที่ปรึกษานอกเวลา รพ.พระราม2 ได้เชิญนายอัจฉริยะ และครอบครัวของนางช่อลัดดา เข้ารับฟังการชี้แจงเหตุผล ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เกาะติดการชี้แจง พร้อมเปิดคำแถลงชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชน โดยมีนายอัจฉริยะ และครอบครัวของผู้เสียหายร่วมเจรจา โดยบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด

ทางโรงพยาบาล พยายามอธิบายว่า ได้มีการประเมินอาการคนไข้แล้ว ไม่เข้าข่ายการให้พยาบาลคนไข้วิกฤต ตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข จึงแจ้งสิทธิว่าคนไข้มีสิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลบางมด ซึ่งคนไข้ก็ประสงค์จะไปทำการรักษาที่นั่น ยืนยันว่า โรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธการรักษาคนไข้

แต่ต่อมาได้เกิดการโต้เถียงกัน จนลูกสาวนางช่อลัดดาวัย 12 ขวบ ร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว โดยนายอัจฉริยะเรียกร้องให้นำกล้องวงจรปิดมาเปิดต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ทาง นพ.พีระ ไม่ยอม พร้อมพยายามจะอธิบายถึงสาเหตุการเสียชีวิต และสาเหตุที่ทางโรงพยาบาลไม่รับรักษานางช่อลัดดา แต่การเจรจาทางครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ตะโกนด่าทอใส่ตัวแทนของโรงพยาบาล ขณะที่นายอัจฉริยะ ก็พูดขึ้นมาว่า “จะถอนใบอนุญาต (มึง) เอง”

และวันนี้ ( 12 พ.ย.) นาย อัจฉริยะ จะเดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องให้พักใบอนุญาตของโรงพยาบาล  รวมถึงไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อติดตามคดี สามี ทำร้าย นางช่อลัดดา

ขณะที่นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. เตรียมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะประเด็นอาการของคนไข้ที่ถูกน้ำกรดราดว่ามีผลกระทบต่อระบบหายใจซึ่งจะเข้าข่ายต้องได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉินตามกฎหมายหรือไม่ และหากตรวจสอบพบว่าโรงพยาบาลปฏิเสธการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลจะมีโทษตั้งแต่ปรับไปจนถึงจำคุก  ส่วนการพักใบอนุญาต ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะโรงพยาบาลจงใจหรือไม่

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนี้ผู้เสียหายจะได้รับสิทธิการรับความช่วยเหลือ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทน ใน คดีอาญา พ.ศ.2544 ที่เกิดจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ซึ่งสามารถแจ้งสิทธิและรับความช่วยเหลือได้ทุกสถานีตำรวจ หรือยุติธรรมจังหวัดใกล้บ้าน หรือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1111

ส่วนความคืบหน้าคดีทำร้าย นางช่อลัดดา  ล่าสุดเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ท่าข้าม นำกำลังควบคุมตัว นายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาสาดน้ำกรดฆ่าภรรยาตัวเอง โดยจับกุมได้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ถูกคุมตัวมาถึง สน.ท่าข้าม โดยนายคำตัน อยู่ในสภาพอิดโรย พยายามยกมือบังใบหน้าตัวเองหลบกล้องของสื่อมวลชน ถูกคุมตัวเข้าห้องขังเพื่อรอการสอบสวนต่อวันนี้

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.